1908 จำนวนผู้เข้าชม |
กรรมวิธีการขึ้นรูป (forming) เป็นหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของวัตถุดิบหรือวัสดุให้กลายเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีรูปทรงต่าง ๆ ตามความต้องการ โดยใช้แรงทางกลศาสตร์ เช่น แรงดึง แรงดัด แรงเฉือน และแรงอัด เป็นต้น การขึ้นรูปวัสดุนั้นสามารถทำได้หลายวิธีเช่น การหล่อขึ้นรูปโลหะ การขึ้นรูปจากโลหะผง รวมไปถึงการปั๊มขึ้นรูปโลหะและอโลหะ
นอกจาก 5 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นแล้วกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปโลหะยังสามารถแบ่งได้ตามสภาวะอุณภูมิที่กระทำหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การขึ้นรูปเย็น และการขึ้นรูปร้อน
การขึ้นรูปเย็น (cold working) การปั๊มขึ้นรูปโลหะ ณ อุณหภูมิห้อง ระหว่างทำการขึ้นรูปโลหะจะเปลี่ยนแปลงเฉพาะรูปทรงภายนอกเท่านั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผลึกภายใน ทำให้ได้ชิ้นงานโลหะที่มีขนาดรูปทรงและค่าพิกัดความเผื่อ (tolerance) ที่แม่นยำตรงตามความต้องการ ประหยัดพลังงานและต้นทุนการผลิต พื้นผิวของวัสดุที่ได้มีความเรียบ เงางาม คุณภาพดี แข็งแรง แต่การปั๊มขึ้นรูปโลหะแบบเย็นใช้แรงและกำลังในการขึ้นรูปสูงจึงต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ต้นทุนจึงสูงตามไปด้วย อีกทั้งชิ้นงานที่ได้ยังมีความเครียดในปริมาณมากทำให้มีขีดจำกัดต่อการขึ้นรูป (limits deformation)
การขึ้นรูปร้อน (hot working) การขึ้นรูปโดยนำโลหะผ่านกระบวนการทำให้มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิวิกฤตของโลหะแต่ละประเภท แต่ไม่ถึงจุดหลอมเหลว เช่น เหล็ก ใช้อุณหภูมิประมาณ 1,100 - 1,250 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในชิ้นงาน ทำให้ได้ชิ้นงานโลหะที่มีรูปร่างหรือรูปทรงที่ซับซ้อน ไม่มีความเครียดตกค้างในชิ้นงาน ทำให้คุณสมบัติด้านต่าง ๆ ของชิ้นงานโลหะดีขึ้น แต่ข้อเสียของคือของการขึ้นรูปร้อนคือพื้นผิวของชิ้นงานที่ได้จะไม่ราบเรียบ มีความขรุขระ อีกทั้งยังใช้พลังงานสูงมากด้วย
นอกจากการขึ้นรูปร้อนและเย็นแล้ว ยังมีกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปโลหะที่เรียกว่า การขึ้นรูปอุ่น (warm working) หรือ การขึ้นรูปโลหะที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิห้อง แต่ต่ำกว่าอุณหภูมิวิกฤต ทำให้สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่ซับซ้อนได้ดีกว่าขึ้นรูปเย็น และใช้พลังงานน้อยกว่าการขึ้นรูปแบบร้อน เป็นจุดกึ่งกลางที่รวมข้อดีและข้อเสียของทั้งสองวิธี ที่สามารถเลือกใช้ได้กับวัสดุชิ้นงานบางประเภท
เทคโนโลยีการขึ้นรูปพลาสติก เป็นหนึ่งในกระบวนการผลิตที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยนำเม็ดพลาสติกชนิดต่าง ๆ ผงพลาสติก หรือผงเมลามีน มาผ่านความร้อนและผ่านกระบวนการขึ้นรูปแบบต่าง ๆ ผ่านแม่พิมพ์ เพื่อให้ได้ชิ้นงานพลาสติกที่มีรูปทรงและรูปร่างตามแบบที่ต้องการ พลาสติก หรือเม็ดพลาสติก คืออโลหะสังเคราะห์ในกลุ่มโพลิเมอร์ที่สามารถหลอมเหลวให้เปลี่ยนรูปได้ มีจุดหลอมละลายต่ำ ทำให้สามารถหลอมละลายกลายเป็นของเหลวนำมาขึ้นรูปได้ง่าย และใช้พลังงานน้อยกว่าโลหะ ทั้งยังมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการใช้งาน
การปั๊มขึ้นรูปพลาสติกนั้นมีกรรมวิธีที่แตกต่างจากการปั๊มขึ้นรูปโลหะอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นวัสดุคนละประเภทและมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด โดยการขึ้นรูปพลาสติกสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ การขึ้นรูปแบบฉีด การขึ้นรูปแบบเป่า การขึ้นรูปพลาสติกโดยการอัด และการขึ้นรูปพลาสติกโดยการรีด
จะเห็นได้ว่าการปั๊มขึ้นรูปโลหะและพลาสติกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่วิธีการ ไปจนถึงคุณสมบัติการใช้งานของชิ้นงานนั้น ๆ โดยการปั๊มขึ้นรูปโลหะนิยมใช้กับชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งแรงทนทานสูง คงทนถาวร ไม่บุบสลาย หรือชิ้นส่วนที่ต้องการคุณสมบัตินำไฟฟ้า นำความร้อน หลอมละลายง่าย เนื่องจากโลหะมีความหนาแน่นและความหนืดสูง จึงไม่นิยมนำมาขึ้นรูปด้วยการเป่าอย่างเช่นพลาสติก แต่มักจะใช้วิธีกรขึ้นรูปด้วยการตี อัด ดึง ตัด เฉือน เพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการ
ดูรายละเอียดสินค้าและบริการ รวมถึงเครื่องจักรของเรา ได้ที่นี่
ติดต่อ บริษัท สยาม เมทัล เวอร์ค แมนูแฟคเจอริ่ง
โทร : 02-1166303
อีเมล : info@siammetalwork.com
Facebook : Siam Metal Work Manufacturing Co.,Ltd.
Line : @siammetalwork